สำรองนัดหมาย อี-พาสปอร์ต

ตรวจลงตราเข้าประเทศไทย (วีซ่า)

แบบฟอร์มคำร้อง

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองปีใหม่ ที่นาย Volker Bouffier นายกรัฐมนตรีรัฐเฮสเซินได้จัดขึ้น นายกรัฐมนตรี Bouffier ได้กล่าวอวยพรปีใหม่คณะกงสุล พร้อมทั้งกล่าวถึงความสำคัญของผู้แทนคณะกงสุลใหญ่ต่างประเทศ ในรัฐเฮสเซิน ว่ามีบทบาทในการขยายความสัมพันธ์ในทุก ๆ ด้านระหว่างประเทศของตนกับรัฐเฮสเซิน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี Bouffier ได้เน้นย้ำการมีปฏิสัมพันธ์ ระดับประชาชนสู่ประชาชนผ่านการเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าใจกันได้อย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น

 

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 61 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียน กอ ไก่ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาไทยให้แก่ เด็กและเยาวชนไทยที่เติบโตในเยอรมนี ตั้งอยู่ที่เมืองดึสเซลดอร์ฟ รัฐนอร์ดไรน์-เวสฟาเลิน ในโอกาสดังกล่าว กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวขอบคุณครูผู้สอนที่ได้เป็นจิตอาสาและเสียสละเวลาเพื่อการเรียนการสอนภาษาไทย รวมทั้งย้ำให้เยาวชนไทยสนใจเรียนภาษาไทย ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสการทำงานในอนาคตเพิ่มเติม รวมทั้งมี ความภาคภูมิใจที่ไทยมีภาษาเป็นของตนเองมากกว่า 700 ปี หลังจากนั้นกงสุลใหญ่ฯ ได้เป็นประธานมอบวุฒิบัตรให้แก่นักเรียนในแต่ละระดับชั้นเรียนจำนวนประมาณ 40 คน และได้มอบอุปกรณ์เครื่องเขียนสำหรับใช้ประโยชน์สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทยต่อไปด้วย ทั้งนี้ โรงเรียน กอ ไก่    ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 ปัจจุบันมีครูสอนภาษาไทยและเจ้าหน้าที่รวมจำนวน 12 คน มีนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนไทยที่เติบโตในเยอรมนีประมาณ 60 คน โดยเปิดการเรียนการสอนทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.30-11.30 น.

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้จัดการสาธิตการทำอาหารไทย โดยแม่ครัวของกงสุลใหญ่ จำนวน 3 รายการ ซึ่งประกอบด้วย ยำเนื้อย่าง ต้มข่าไก่และแกงเขียวหวานไก่ ที่บ้านพักของนาย James W. Herman กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตและพ่อครัวประจำบ้านพักของกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ได้รู้จักวัตถุดิบ/เครื่องปรุงและเรียนรู้วิธีการประกอบอาหารไทยรสชาติต้นตำรับ (authentic Thai food)

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Islamic Printing and Publishing in Southern Thailand in the 21st Century” โดยมี    Mr. Holger Warnk นักวิจัยประจำห้องสมุดภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (Department of Southeast Asian Studies) มหาวิทยาลัย Goethe นครแฟรงก์เฟิร์ตเป็นผู้บรรยาย ทั้งนี้การบรรยายพิเศษฯ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรวิชาภาษาไทยของภาควิชาเอเชีย  ตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานกงสุลใหญ่           ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ยังได้หารือกับ Professor Dr. Arndt Graf หัวหน้าภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถานกงสุลใหญ่ฯ กับภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในอนาคตอีกด้วย

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ให้การต้อนรับ นางนิสรา อุปถัมภ์ประชา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา) ประจำสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และคณะ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่และเดินทางมาประชุมร่วมกับนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในรัฐเฮสเซิน โดยกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี และได้หารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถานกงสุลใหญ่ฯ กับสำนักงานผู้ดูแดนักเรียนฯ ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมของนักเรียนไทยในพื้นที่ความรับผิดชอบ 5 รัฐ (เฮสเซิน นอร์ทไรน์-เวสท์ฟาเลิน ไรน์ลันด์-ฟฟัลซ์         ซาลันด์และเทือริงเงิน) และขอให้ทั้งสองสำนักงานประสานงานอย่างใกล้ชิดต่อไป

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทีมประเทศไทย ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2561 ณ บ้านพักกงสุลใหญ่ โดยได้นิมนต์พระไทยจากวัดพุทธปียวรารามและวัดโพธิธรรม ในเขต
นครแฟรงก์เฟิร์ต จำนวน 5 รูปเข้าร่วมพิธี

วันที่ 18 ธันวาคม 2560 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตพร้อมด้วยข้าราชการของสถานกงสุลใหญ่ ได้พบกับผู้แทนสมาคม /ชมรมไทยในเยอรมนี เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนไทยในเยอรมนีมีความเข้มแข็ง พร้อมหาแนวทางในการขยายการติดต่อประสานงานระหว่างกัน.

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี เนื่องในโอกาสวัน St.Nicolas ซึ่งนาง Ursula Bouffier  ภริยานายกรัฐมนตรีรัฐ Hessen เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยกงสุลใหญ่ (สตรี) และภริยากงสุลใหญ่  โดยมีการจัดเลี้ยงชา กาแฟ และขนมที่ทำขึ้นเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส หลังจากนั้น นาง Ursula Bouffier   ได้นำคณะฯ ไปร่วมฟังคอนเสิร์ตออร์แกนที่ Marktkirche ซึ่งเป็นโบสถ์สำคัญประจำเมือง Wiesbaden พร้อมพาชมตลาดคริสต์มาสที่จัดภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งดวงดาว”

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตร่วมกับสำนักงานทีมประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพในงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ณ ห้องริเวอร์ไซด์ โรงแรม Intercontinental Frankfurt โดยมีนาย Stephan Siegler ประธานสภานครแฟรงก์เฟิร์ต เป็นแขกเกียรติยศและมีคณะกงสุลต่างประเทศประจำรัฐเฮสเซิน แขกต่างประเทศ ชุมชนชาวไทย รวมทั้งกลุ่ม Friends of Thailand มาร่วมงานประมาณ 200 คน นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ได้กล่าวสดุดีพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจที่ทรงกระทำเพื่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดระยะเวลา 70 ปี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย ได้แก่ วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติและสหประชาชาติยังได้ประกาศให้เป็นวันดินโลกอีกด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนีที่ยาวนานมากกว่า 155 ปี นอกเหนือไปจากมูลค่าการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นทุกปีแล้ว ในด้านความสัมพันธ์ของภาคประชาชนก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งไทยนำตัวอย่างการพัฒนาประเทศของเยอรมนีไปเป็นแบบอย่างสำหรับการกำหนดนโยบาย “Thailand 4,0” เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมโดยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันออก (EEC) เป็นโครงการหลัก

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกอเธ่ จัดการบรรยายเรื่อง "Siam in the Reign of King Narai the Great" โดย รศ. ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทยโดยมีนักศึกษาและผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ 30 คน ในโอกาสเดียวกัน นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 1,000 ยูโร ให้กับนักศึกษาวิชาภาษาไทยที่มีผลการเรียนดีเด่น และได้มอบเงินสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทยแก่ Prof.Dr.Anndt Graf หัวหน้าภาควิชาเอเชียตะวันออกศึกษา ก่อนหน้าการบรรยายนาย Holger Warnk ได้นำกงสุลใหญ่และรศ. ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี เข้าชมหนังสือโบราณและมุมห้องสมุดไทยในมหาวิทยาลัยเกอเธ่ ที่ได้รับการสนันสนุนจากสถานกงสุลใหญ่ฯ มาเป็นเวลาหลายปีด้วย

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2560 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต และทีมประเทศไทยประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต ได้จัดงานวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ขึ้นที่ อาคาร Saalbau นครแฟรงก์เฟิร์ต ในช่วงกล่าวเปิดงาน นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ได้กล่าวว่า ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย ได้แก่ วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ และกงสุลใหญ่ได้เชิญชวนประชาชนชาวไทยและครอบครัวที่มาร่วมงานร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยมายาวนานตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองราชย์นอกจากนี้สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญรศ. ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี อาจารย์คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทยมาบรรยายเรื่อง “กรุงแก้วกษัตรา” เพื่อให้คนไทยที่พำนักในเยอรมนีได้รับความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชองประเทศไทย รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงบ่ายได้มีการจัดกิจกรรมสำหรับเยาวชนคือการประกวดการพูดภาษาไทยในหัวข้อ “ประเทศไทยที่ฉันรู้จัก” เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาไทย และศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น เพื่อให้มีความภาคภูมิใจกับการเป็นคนไทย การมีภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง